aikine..'❤'.. さんのプロフィール+•°¤¯`° ぷりぴ ~v~ あいきね ´¯*...フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

ブログ


4月22日

~..วันที่ถูกทอดทิ้ง..~

ทำไมน่ะ ถึงต้องมีวันนี้ด้วยได้แต่นั่งคิดวนไปวนมาอยู่อย่างนี้
 
แต่ก้อไม่รู้ว่าจาทำยังงัยดีแล้ว น้ำตาก้อเริ่มรินไหลออกมา ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับเราด้วยน่ะ
 
ในใจเกิดคำถามนี้ซ้ำไปซ้ำมา วันเวลาที่เคยมีกันและกันมันหายไปไหนแล้ว
 
วันที่เราเคยยิ้มให้กัน สนุกด้วยกัน มันจาไม่มีวันแบบนั้นอีกแล้วใช่มั้ย
 
ความผูกพัน ความสัมพันธ์ดีดี ที่เราเคยมีในวันวานมันเหือดหายไปเพียงช่วงเวลาข้ามคืนเท่านั้น
 
นี่เหรอเพื่อนแท้ที่เคยมีกันและกันมาตั้งนาน ทำไมอยู่ๆถึงทำกันแบบนี้ ไม่พบ ไม่คุยกันเหมือนแต่ก่อน
 
เศร้ามากน่ะรู้มั้ย ตอนนี้เราไม่มีใจที่จะทำอะไรแล้ว อยู่ดีดีเพื่อนที่เรารู้สึกดีด้วยก้อเลิกคบกัน
 
จะทำยังงัยดีน่ะ คิดไปก้อแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่ยังงัยซะเราก้อต้องทนให้ได้
 
ได้แต่บอกตัวเองอยู่อย่างนั้น ซักวันความรู้สึกดีดีจะกลับคืนมา ปลอบใจตัวเองได้แค่นั้น
 
ในที่สุดเราก้อทำได้กลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้เค้าคนนั้นได้เห็น ทำเป็นว่าแกร่ง แต่แท้จิงแล้ว
 
เราเสียใจ น้ำตาคลอเบ้าอยู่ไม่หาย ต่อหน้าก้อทนได้ แต่พอหันหน้าไปทางอื่น
 
น้ำตาก็ไหลออกมา มันทนไม่ไหวแล้ว อ่อนเพลียเหลือเกินแล้ว จาทำยังงัยดี
 
สุดท้ายก้อบอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้น่ะ ต้องทำแบบนี้......... พยายามเข้าอีกนิดเดียวก้อหาย
 
ในที่สุดเราก้อทำได้ ถึงจะเป็นการฝืนตัวเอง แต่มันก้อทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ทันที ทำยังงัยหน่ะหรอ
 
ก็............................................................................
 
 
 
 
บังคับให้ตัวเองตื่นนอนขึ้นมาหน่ะสิ ถึงแม้ว่าจาง่วงนอน แต่ก้อโล่งใจว่า เฮ้อ !! ที่แท้ก้อแค่ฝันไปนี่เอง
 
อะ อ่ะ คนที่เข้ามาอ่านอย่าเพิ่งโมโหเค้าน้า เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าควรอ่านให้จบก่อนเพราะบทสรุปของเรื่องหน่ะ
 
มันมักจะอยู่ตอนท้ายเรื่องเสมอแหละ ลั้ลลา
 
 
 
 
4月17日

::วันที่ร้องไห้::

ก็ที่ร้องไห้น่ะก็เพราะว่า..............................................
 
วันจันทร์ที่ผ่านมาโดนกลั่นแกล้งหน่ะสิโดย >>>> หนังเรื่องนึงชื่อว่ามะหมา4ขาครับอ่ะดิ
 
ซาบซึ้งซะ โดน ...  วันนี้อะ ที่ร้ากชวนไปดูหนัง เอ หรือว่าเราเปงคนชวนกันหว่า จำมะได้
 
เอาเถอะยังงัยซะก้อไปดูด้วยกันอยู่ดีแหละน่ะ ไปดูกันที่พารากอน เพราะป๊ากะม้าเค้าไปซื้อของกันด้วย
 
ที่ร้ากบอกว่าขี้เกียจเดินไปมาบุญครองก้อเลยดูซะที่นี่เรยดิ ก่อนดูหนังก็ไปกินฟูจิกัน ( อีกแว้ว )
 
แต่ก้อมะเคยเบื่อเรย เพราะว่ามานอาหร่อยที่ซู้ด หมดเกลี้ยงเรยดิมะต้องถาม
 
กินเสร็จแว้วก้อจรลีไปดูหนังกาน น้องหมาน่ารักจิงๆ ชอบๆ มีฉากซึ้งด้วยระหว่างเพื่อนหมาด้วยกันอ่ะ
 
น้ำตาไหลพรากเรยอ่ะ สงกะสัยว่าทั้งโรงหนังเราร้องอยู่คนเดียวหล่ะมั้งเนี่ย มะรุดิ มองคนอื่นมะเหงด้วยดิ
 
ก้อร้องไห้เพราะเรื่องนี้นี่แหละ หมายังรักกันเลยมะทอดทิ้งกันด้วยเวลาลำบาก แล้วคนหล่ะคะ ??
 
ความผูกพันเนี่ยทำให้เราซาบซึ้งได้ตลอดเวลาเลยไม่ว่าจะเกิดขึ้นระหว่างใครกะใครก้อตาม 
 
เราชอบความผูกพันแบบนี้ที่สุดเรยอ่ะ ถึงแม้ว่าจาทำให้ร้องไห้ก็ตามที
 
เรื่องราวก้อจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ชะเอิงเอย
 
ไม่ว่าจาดูหนังเรื่องไหนๆก้อให้ข้อสอนใจได้ทั้งนั้นอยู่ที่เราจะเอามันมาเป็นเรื่องสอนใจได้มากน้อย
 
ขนาดไหนกัน วันนั้นถึงแม้จะร้องไห้แต่ก้อเต็มไปด้วยความสนุก รู้สึกดี และที่สำคัญได้เรียนรู้ว่า ....
 
ความสามัคคี ผูกพัน ความรักที่มีต่อกันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ และทำให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ
 
ไปได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จเสมอ .....
4月15日

*¤°•!วันแห่งครอบครัว pripi*¤°•!

วันเมื่อวานเปงวันสังสรรค์ของครอบครัว pripi เค้าแหละ นานๆทีจาได้มารวมตัวกันบ้าง
 
หม่าม้าของ pripi  ออกปากชวนเราไปด้วยกันตอนแรกก็พากันไปบ้านอาม่าแถวๆปิ่นเกล้าก่อน
 
เพราะว่าเค้าไม่ได้เจอกันมานานแล้วก็เลยแวะไปเยี่ยมและก็รดน้ำสงกรานต์อาม่าด้วย
 
มื้อกลางวันก็ทานก๋วยเตี๋ยวกันแถมต่อกันด้วยพิซซ่าหน้าบ้าน อะโหย เราทานมะไหวแย้วอ่า
 
อิ่มมั่กๆเลยอ่ะ แต่เค้าก็ยังทานต่อกันได้ เก่งเจงๆ ที่บ้านอาม่ามีน้องหมาด้วยชื่อว่ากั๊ตจัง น่าร้าก
 
ชอบๆเลยเล่นด้วยซ้าเลยก็มานไม่ดุนี่นา มายืนบนตักด้วยหล่ะ ยืนนิ่งๆ ไม่กระดุ๊กกระดิ๊กเรยอ่า
 
ปิดประตูเปงด้วยอ่ะ ฮามั่กๆ พวกเราอยู่บ้านอาม่าถึงบ่ายสองก็พากันกลับบ้านบางกรวยกัน
 
ต่างคนพอมาถึงบ้านก็แยกย้ายกันตามอัธยาศัย แบ่งเปงสามห้องกระจายตัวกันตามระเบียบ
 
ห้องนึงหลับกันเปงหมู่ ห้องหม่าม้าก็ดูมังกรหยกกัน ส่วนห้องของ pripi  ก็เรางัยไปนอนหลับอยู่
 
เคลิ้มเจงๆ ได้นอนเต็มอิ่มอ่า ฟี้ ฟี้ นอนหลับแล้วรู้สึกดีจิงๆน่ะ เนี่ย
 
ตอนหกโมงเย็นก็รวมตัวกันไปร้านอาหารกุ้งเต้น รับประทานเปงมื้อเย็น อาหร่อยมั่กๆ
 
คนไปกันมากมาย รถสองคันแหนะ pripi  บอกว่าเปงรอบที่มีคนรวมตัวกันเยอะมากมาย
 
ก็ตั้ง 11 คนอ่ะ ไปถึงร้านก็สั่งๆๆๆๆ หิวแย้ว นี่นา เร่งสั่งกันเข้า
 
แต่ยังดีน่ะ อาหารร้านนี้มาเร็วดีไม่ต้องรอกันนานมาก แต่เอ รู้สึกว่าเมนูแต่ละอันอ่ะ
 
มีแต่กุ้งอ่ะ บ่นไปงั้นแหละแต่ก็กิน เหอเหอ (แล้วบ่นทำมายเนี่ย ??)
 
อิ่มมั่กๆ อิ่มแปล้เรยอ่า พอทานกันเสร็จแว้วก็กลับบ้านบางกรวยอีกรอบ ป๊าจาไปส่งเรากลับบ้านด้วยหล่ะ
 
แต่ว่าก่อนกลับก็ขออยู่ดูปังคุงกะเจมส์ก่องอ่ะ ติดๆๆๆ น่าร๊ากดีอ่า
 
พอดูจบก้อเตรียมตัวกลับบ้านหล่ะเน้อ เราก็เลยไปลาหม่าม้ากะพวกพี่กลับ
 
ถึงบ้านเรียบร้อยก้อคุยกะ pripi  ต่อ แป๊บเดียวแหละ ห๊าวววว ง่วงมากมาย ก็ตะลอนทั้งวันนี่
 
ท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณป๊ากะหม่าม๊าที่เลี้ยงอาหารอาหร่อยๆ แถมยังมาส่งที่บ้านอีก
 
ขอบคุณป๋าเป้ที่สร้างความเฮฮาตลอด เจ๊ป้อ พี่ผึ้ง น้องปอยที่ให้มิตรภาพที่ดีๆ เสมอมา
 
และที่สำคัญก็ต้องขอบคุณ pripi  ที่ร้ากของเราที่พาไปเจอครอบครัวที่แสนอบอุ่น นะคะ
 
 
4月12日

+-..วันเฮฮาปาร์ตี้เลี้ยงส่ง..-+

เมื่อวานอะมีงานปาร์ตี้เลี้ยงส่ง pripi ด้วยหล่ะ มีพวกพี่แผนก Export ไปด้วยน้า
 
สนุกดีอ่ะ ไปร้องคาราโอเกะกันที่ร้านใบไม้ร่าเริง สาขาอโศก ร้านไม่ค่อยใหญ่หรอกน่ะ อาศัยว่ามานใกล้ดี
 
ร้องเพลงกันมันส์ไปเรยอ่ะ รั่วซะ มะมี เหอเหอ ส่วนใหญ่ก็พยายามจาเน้นแต่เพลงมันส์ๆกันทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้หลับงัยหล่ะ
 
ร้องกันตั้งแต่หัวค่ำจนถึงห้าทุ่มแหนะ ติดพันเปงพิเศษ เพลงช้างี้เริ่มมีการกดข้ามกันซะ
 
อาหารก้อดีใช้ได้ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในขั้น ซือ ซือ อ่ะ พอรับประทานแก้หิวได้
 
เราไปงี้อย่างหิวเรยอ่ะ อาหารมาก็รีบโซ้ยก่องเรย ไม่งั้นเด๋วมะมีแรงร้องเพลง ต้องเพิ่มพลังงานกันก่อง
 
ดีน่ะว่ามีกลุ่มแผนก Export ไปกัน ไม่งั้นเราก็คงไม่ไปหรอก กัวว่าจาไม่หนุกอ่ะดิ มะงั้นเซงแย่เรยอ่า
 
แต่ว่าน่ะ มี ที่ร้ากไปด้วยยังงัยก็ซาหนุกได้ทุกที่ทุกเวลาแหละ ช๊อบชอบ รั่วพอกาน เหอเหอ
 
เค้ามะได้ว่าน้า ที่ร้าก ชมอ่ะ เด๋วจาน้อยใจหาว่าเราว่าอ่ะน่ะ ต้องออกตัวไว้ก่อนอ่า
 
ซาหรุปว่างานนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแหละ พองานเลิกต่างคนก็ต่างกลับบ้านกานตัวใครตัวมัน
 
มีความสุขพอประมาณ นะ วันนี้
4月9日

`~วันแห่งความสุขใจ~`

วันหยุดวีคเอนครั้งนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวพัทยากะพวก pripi ด้วยหล่ะน่ะ
 
มีฟามสุขเจงๆ เหอเหอ ไม่ค่อยได้มีกิจกรรม outdoor อะไรเท่าไหร่แต่ก็รู้สึกว่าได้ไปพักผ่อนน่ะ
 
ออกจาเน้นไปทางของกินกันซะมากก่านา อิ่มท้องเจงๆ วันแรกไปถึงโน่นก้อเกือบบ่ายโมงแล้ว
 
นั่งรถเหนื่อยจัง เฮ้อ แต่ก้อโอแหละ นั่งสบายไปกันก็รถสองคัน คู่ที่เป็นแฟนกันเค้าแยกกันขับคนละคันอ่ะ
 
เลยต้องแยกกันโดยปริยายเลย น่าเห็นใจจังแฮะ แต่ก็น่ะต้องยอม
 
ไปถึงก็แวะโลตัสก่อนเลยไปซื้อของกินสำหรับตอนเช้าวันเสาร์กัน ซื้อกันซะเยอะเลย
 
ก่อนซื้อก็ไปกินกลางวันกันก่อนพวกเรากินพิซซ่ากันอ่ะ อาหร่อยมั่กๆ แหมก้อมันหิวกันนี่นา
 
พอซื้อของเสร็จก็ขับรถเพื่อที่จาไปคอนโดพักผ่อนกัน สงสารคนขับอ่ะท่าจาเพลียใช่น้อย
 
ตกเย็นก็หาของรับประทานกันอีกแว้วค้าบบบบ ..... ร้านนี้เหมือนมีคนแนะนำมาชื่อร้านว่า "มุมอร่อย"
 
ก็อาหย่อยจิงๆแหละ บรรยากาศก็ดีอ่ะ อิ่มจัง เพลิดเพลิน ฮาฮา
 
กินกันเสร็จก็กลับไปเล่นเกมไพ่กันต่อ เข้าใจหาวิธีการเล่นที่แปลกใหม่เจงๆ คนคิดน่ะหรอก้อ
 
จาเปงครายปายได้อ่ะ ก้อที่ร้ากของเราเองง่ะ คิดอารายได้แปลกเจงๆ เหอเหอ
 
แต่ก้อมันส์ดีน่ะมะเคยเล่นมาก่อนเลย เพลินดี แถมฮากันกลิ้งเลยอ่า
 
คืนนั้นรู้สึกว่าจาเข้านอนตอนเที่ยงคืนก่าๆมั้ง พวกพี่ๆเค้าก้อนั่งเม้าส์กันต่อแหละ
 
เราก็คร่อกฟี้ ม่ายรุเรื่องแว้วอ่า ก็มานง่วงนี่นา ปล่อยพวกเค้าคุยกานไป
 
ตื่นมาตอนเช้าก้อดื่มนมกะกินขนมปังกันรองท้องไปก่อน มื้อหนักก็คงกลางวันแหละ
 
เราไปกินกันที่หาดจอมเทียนก็งั้นๆน่ะรสชาดของอาหารอ่ะ ไม่ค่อยโดนแฮะ 
 
ซักห้าโมงครึ่งก้ออำลาจากหาดกลับไปพักผ่อนเหมือนเดิม เอ รู้สึกว่าทริปนี้เน้นพักผ่อนกันเจงๆแฮะ
 
ว้าวๆๆๆ คืนนี้กินกุ้งเผากานอ่ะ อาหร่อยอีกแว้ว มีไก่ย่างด้วยนา ไก่อาหร่อยได้ใจจิงๆ ชอบๆ
 
เฮ้อ !! อิ่มแปล้เลย ม่ายรุน้ำหนักจาขึ้นกี่โลเนี่ย ณ เวลากินก็แบบว่า ช่างมันเต๊อะ ไม่ได้สนใจอาราย
 
โซ้ยก่อนค่อยว่ากันอ่ะ เหอเหอ  คืนนี้นอนกันดึกอ่ะ เกือบตีสองได้มั้งเพราะว่ามัวแต่นั่งเล่น UNO กานอยู่
 
พอตาเริ่มจาปิดก้อเลยแยกย้ายกันไปนอนเพราะว่าวันรุ่งขึ้นก้อจากลับแว้วอ่า น่าเสียดายจัง
 
ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ก็ยังอยากอยู่ต่อน่ะ บรรยากาศก้อดี ลมโกรกมั่กๆ พี่ๆก้อซาหนุกดี
 
ทำเอาเรายังไม่ค่อยอยากกลับเลยอ่ะ แต่ว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาเสมอ
 
เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่เราก็ยังเหลือไว้ซึ่งความทรงจำที่แสนจามีฟามสุขในหัวใจ
 
นึกถึงวันเวลาเหล่านั้นทีไรก็มีแต่จะทำให้ยิ้มได้ และรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้นึกถึงมัน
4月2日

あい for あいきね

คำว่ารักนั้นสำหรับเราแล้วมันก็คงมีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าของคนอื่นซักครึ่งนึงหล่ะมั้ง
 
ก็นะเรามันเป็นคนที่ขาดความรักไม่ค่อยได้นี่นา ต้องการมีใครซักคนที่คอยมอบความรักความห่วงใย
 
ให้กันตลอดเวลา ก็คนมันเคยมีความรักความอบอุ่นจากคนที่เรารักมากที่สุดเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา
 
ไม่เคยทิ้งกันไปไหนเลย มอบความรักที่อบอุ่นให้กันอยู่เสมอ
 
เราก็เลยติดนิสัยนั้นมาหล่ะมั้ง เพราะฉะนั้นความหมายของคำว่ารักของเรามันก็เลยลึกซึ้งมากมาย
 
ความรักที่นอกเหนือจากของหม่ามี๊ แน่นอนก็ต้องเป็นความรักที่ได้จากคนที่คอยยืนอยู่เคียงข้างเราเหมือนกัน
 
เป็นคนนึงที่คอยทุ่มเท คอยดูแลเด็กดื้อคนนี้ได้ตลอดเวลาและก็ไม่เคยบ่นซักกะคำนึง
 
คอยยืนอยู่ข้างๆให้กำลังใจได้ตลอดเวลาในเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า เค้าคนนั้นก็จะคอยทำให้เรายิ้มได้
 
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่เค้ารู้ว่าเราชอบก็จะคอยหามาให้ได้ตลอดเวลาเลย
 
เป็นคนที่คอยจดบันทึกสิ่งที่เราชอบไว้ในใจทุกอย่างขนาดตัวเราบางทีพูดไปยังจำไม่ค่อยได้เลยอ่ะ
 
ดีจัง คงหาไม่ได้อีกแล้วมั้งคนที่ดีกะเราแบบนี้อ่ะ ตั้งฉายาให้เราได้ตลอดเลยอ่ะ แต่ก็น่ะ น่ารักดี
 
บางที่ก็ทำให้เราติดนิสัยเหมือนกันน้า เวลาที่ไม่ได้เจอมันก็รู้สึกเหงามากมาย อยากเจอด้วยหล่ะ
 
แต่บางทีก็ทำไม่ได้เพราะก็ต้องมีเวลาให้กับที่บ้านบ้างเหมือนกัน
 
ความรักของเราที่มีให้กับคนที่เรารักมันไม่ได้หมายถึงแค่การให้หรือแค่การเสียสละเท่านั้นหรอกน่ะ
 
แต่มันมีมากกว่านั้น การที่เราไม่เคยใช้คำว่ารักนั้นก็เพราะว่าในความหมายของมันแล้ว
 
จิงๆมันไม่ได้มีความหมายที่นิยามเอาไว้แน่นอนหรอกแต่มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า
 
ว่าอยากจะให้ความรักหมายถึงอะไรกันแน่ การที่คนเรามาคบกันได้นั้นไม่จำเป็นต้องมานั่ง
 
พูดบอกคำว่ารักกันเสมอหรอกเพราะบางอย่างจากคำพูดมันก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้เลย
 
ว่าจิงตามที่บอกหรือเปล่า การกระทำเท่านั้นแหละที่จะแสดงออกมาให้รู้ถึงความรักที่เค้าคนนั้นมีให้
 
สำหรับเราแล้วแค่การบอกรักไม่จำเป็นต้องพูดหรือบอกกันทุกวันเพราะถ้าทำอย่างนั้นมันก็คงจะ
 
ไม่หลงเหลือความพิเศษเอาไว้ให้รู้สึกดีหน่ะสิ คนอ่านคิดเหมือนกันใช่ม้า ??
 
นานทีบอกซักครั้งนั่นแหละที่เป็นความพิเศษที่ยากจะค้นหา เพราะมันต้องคอยลุ้นให้เค้าบอกเราเองอ่ะ
 
ถ้าบังคับให้พูดมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกจากใจจิงหน่ะสิ
 
ที่รักการที่ไม่ใช้คำว่ารักนั้นไม่ได้แปลว่าไม่รักน่ะรู้มั้ย แต่บางทีมันก็ยากที่จะบอกออกไป
 
ความรักของเราก็ให้นึกถึงสิ่งที่ได้กระทำออกไปหลายๆอย่างสิว่าเรียกว่ารักมั้ย
 
แค่นี้ก็รู้สึกได้ใช่ม้าว่ามันคือความรักของเราสองคนไม่เห็นต้องบรรยายรายละเอียดมากมายเลยนี่นา
 
เอาเป็นว่ารู้สึกซึ้งๆสำหรับเราสองคนก็พอแล้ว ไม่ต้องจับเอาคำพูดอะไรหวานๆมานั่งเรียงเป็นคำว่ารักหรอก
 
มันไม่จำเป็นเลย แค่เอาความรู้สึกมาเชื่อมต่อกันทางใจก็พอแล้ว คำว่ารักมันจับต้องเป็นสัมผัสไม่ได้
 
แต่สามารถรับรู้ความรักจากความรู้สึกได้ ใช่มั้ยที่รัก...................
 
 
4月1日

¤°• วันสุดท้ายของการสอบ ¤°•

กล่าวย้อนไปถึงวันสอบวันสุดท้ายของเรากันหน่อยน่ะ ซึ่งวันนั้นก้อคือวันศุกร์ที่ผ่านมานั่นเอง
 
วันนี้เป็นวันที่เครียดที่สุด เครียดกว่าวันสอบวิชาอื่นๆเป็นไหนๆเลยอ่ะ
 
นี่ขนาดคะแนนแค่ 15 คะแนนเองน่ะเนี่ย ถ้าคะแนนมานมากกว่านี้สงกะสัยว่า บ้าไปเลยยยย
 
ดีน่ะที่มีการติวก่อนสอบวันนึง วันสอบจริงก้อมีทวนนิดนึงเพื่อความชัวร์
 
และแล้วพอถึงเวลาเข้าห้องสอบจริงก้อ เกร็งๆแฮะ แต่ก้อจำใจทำไปให้มานได้คะแนนมาและก็เพื่อ
 
ให้ความเครียดลดลงด้วยแหละ พอสอบเสร็จก้อแบบว่า เฮ้อ ! โล่งอกจังเลยอ่า
 
หลังจากที่เครียดกันมาตั้งนานมากกกกก วันนี้ก้อผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เย้ๆๆ เรากะเพื่อนก้อไปเที่ยวกันต่อ
 
พวกเราไปกันที่ Slim แหละฝั่ง live  มันส์มั่กๆสนุกกันสุดๆไปเลยจากที่ไม่ได้ไปเที่ยวกันซะนาน
 
เพื่อนแต่ละคนก้อแบบว่าก๊ากมั่กๆ ต้องเที่ยวกะพวกนี้สิได้ใจไปเต็มๆ ฮามั่กๆ
 
ไม่มีกั๊กฟอร์มกันเลยป๋าเป้ยังต้องหลบให้เลยอ่ะ ส่วน Pripi  ก้อรู้อยู่แล้วหล่ะว่าเพื่อนเราแต่ละคน ขำขำ
 
ไม่เคยเที่ยวได้ใจอย่างนี้มากนานแล้วน่ะ เพลงก้อเพราะเพื่อนก้อมันส์แบบว่า ประทับใจอ่ะ
 
อยากให้มีวันอย่างนี้อีกอ่ะ แต่ว่าไม่เอาโดนบุหรี่น่ะ ไปเที่ยวทีไรโดนคนที่สูบบุหรี่เอามานมาโดนทุกทีเลยอ่ะ
 
ไม่มีครั้งไหนที่ไม่โดนเลยอ่ะ แบบว่าเบื่อชะมัดเลย แต่ก้ออย่างว่าแหละมันก้อเป็นแค่อุบัติเหตุเล็กน้อย
 
ยังโอเคอยู่ จากที่ตอนแรกนัดกันไว้ไม่ถึงสิบคน ไปๆมาๆ ไปกันซะสิบสามคนแหนะ เยอะมากมาย
 
แต่คนเยอะดิมันส์อย่าบอกใคร ได้คนมีเส้นใหญ่จองที่ให้ด้วยน่ะ ดีจังเลยได้ที่ดีดี มองเห็นเวทีชัดดีชอบ
 
ไว้วันหลังไปจอยกันอย่างนี้อีกน้า ที่รัก แล้วก้อเพื่อนเลิฟทุกคน